1. อริสโตเติล
อริสโตเติล ( 350 ก่อนคริสตกาล ) นักปรัชญาชาวกรีก เสนอทฤษฎีโลกเป็นศูนย์กลาง (Geocentric) คือโลกเป็นศูนย์กลางของเอกภพ มีดาวเคราะห์ ดวงอาทิตย์ และดาวฤกษ์เคลื่อนที่ไปรอบโลก
2. นิโคลัส โคเปอร์นิคัส ( ค.ศ. 1473-1543 )
นักดาราศาสตร์ชาวโปแลนด์เสนอทฤษฎีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง (Heliocentric) คือดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ โลกและดาวเคราะห์โคจรรอบ ดวงอาทิตย์เป็นวงกลม
3. กาลิเลโอ กาลิเลอี ( ค.ศ. 1564-1642 )
นักคณิตศาสตร์ชาวอิตาเลียน ประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์ส่องสังเกต วัตถุท้องฟ้า ค้นพบสิ่งแปลกใหม่มากมาย อาทิ ได้พบว่า ดาวศุกร์ ปรากฏเป็นเสี้ยว พบจุดบนดวงอาทิตย์ พบวงแหวนของดาวเสาร์ พบดวงจันทร์ 4 ดวงใหญ่ของดาวพฤหัสบดี และสนับสนุน ทฤษฎีของโคเปอร์นิคัส แต่สิ่งค้นพบและความคิดใหม่ไม่เป็น ที่ยอมรับของชาวคริสต์ จึงถูกจำขังตลอดชีวิต
4. โจฮันส์ เคปเลอร์ ( ค.ศ. 1571-1630 )
นักคณิตศาสตร์และนักดาราศาสตร์ชาวเยอรมัน ผู้สนับสนุนทฤษฎีของ โคเปอร์นิคัส และค้นพบกฏการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ เป็นรากฐานสำคัญของวิชาดาราศาสตร์
5. เซอร์ ไอแซก นิวตัน ( ค.ศ. 1643-1727 )
ผู้นำโลกเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยการเสนอกฏแห่งความโน้มถ่วง และ การเคลื่อนที่ของวัตถุ ที่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆบนโลก จนไปถึงการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ได้
6. เอ็ดมันด์ แฮลลีย์ ( ค.ศ. 1656-1742 )
ผู้ศึกษาดาวหางแฮลลีย์ และพิสูจน์ว่า ดาวหางคือสมาชิกหนึ่งในระบบสุริยะ ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ และมีพฤติกรรมเป็นไปตามกฏของแรงโน้มถ่วง เช่นเดียวกับดาวเคราะห์ทั้งหลายและได้เสนอผลการศึกษาเกี่ยวกับดาวหางดวงหนึ่งที่มาให้ชาวโลกเห็นทุกๆประมาณ ๗๕ ปี
7. อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ( ค.ศ. 1879-1955)
ผู้ปฏิวัติความคิดเดิมและนำวิทยาศาสตร์เข้าสู่ยุคอะตอม โดยเสนอว่า แสงเดินทางเป็นเส้นโค้งในอวกาศ และเชื่อว่าทุกสิ่งในเอกภพมีการ เคลื่อนที่ ไม่มีสิ่งใดอยู่นิ่งโดยสัมบูรณ์การเคลื่อนที่และเวลาจึงเป็น สิ่งสัมพัทธ์ ที่ยังคงความลึกลับอยู่จนบัดนี้
ผู้คิดค้นสูตรแห่งจักรวาล E = mc2
8. เอ็ดวิน ฮับเบิล ( ค.ศ. 1889-1953 )
ผู้บุกเบิกการศึกษาเรื่องกาแล็กซี่และเสนอทฤษฎีว่าด้วยเอกภพขยายตัวจากการสังเกตกาแล็กซีทั้งหลายกำลังเคลื่อนที่หนีห่างจากกันและกัน
9. สตีเฟน ฮอว์คิง ( ค.ศ. 1942- ปัจจุบัน )
นักวิทยาศาสตร์แห่งคริสต์ศตวรรษที่ 20 ผู้นำทฤษฎีพื้นฐานของ นักวิทยาศาสตร์รุ่นก่อนมาอธิบายความเป็นไปในจักรวาล โดยนำทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ร่วมกับหลักกลศาสตร์ควอนตัม ของไอน์สไตน์ อธิบายถึงจุดเริ่มต้นของการระเบิดใหญ่ (Big Bang)และวาระสุดท้ายของหลุมดำ ( Black Hole )
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น